มอร์ติเมอร์และอิซาเบลลา: สองชู้รักผู้โค่นบัลลังก์พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2
ท่ามกลางความอัปยศและการถูกเนรเทศ พระนางอิซาเบลลาและโรเจอร์ มอร์ติเมอร์ ได้ร่วมมือกันเป็นพันธมิตรทมิฬเพื่อโค่นอำนาจพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 การแก้แค้นของทั้งคู่สิ้นสุดลงด้วยการกำจัดขุนนางคนโปรด แต่กลับนำไปสู่ยุคสมัยแห่งเผด็จการและการประหารชีวิตอันลึกลับที่กลายเป็นรอยด่างพร้อยชั่วนิรันดร์ของราชวงศ์อังกฤษ
[cite_start]ความแค้นของนางหมาป่า: จุดจบของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 [cite: 1]
[cite_start]ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1326 กองเรือ 95 ลำได้ฝ่าระลอกคลื่นอันเกรี้ยวกราดของทะเลเหนือ โดยบรรทุกสิ่งที่จะนำไปสู่การล่มสลายของระบอบกษัตริย์ [cite: 11, 14] [cite_start]ผู้อยู่หลังพังงาเรือหาใช่กษัตริย์ผู้พิชิต แต่คือพระนางอิซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส ราชินีแห่งอังกฤษ พร้อมด้วยโรเจอร์ มอร์ติเมอร์ ลอร์ดแห่งมาร์เชอร์ผู้ถูกเนรเทศซึ่งเป็นชู้รักของพระนาง [cite: 16, 27] [cite_start]นี่เป็นมากกว่าแผนการทางการเมือง แต่มันคือการรุกรานที่ดำเนินไปด้วยความเลือดเย็น ซึ่งเกิดจากความอัปยศอดสูและการทรยศหักหลังนานนับทศวรรษ รวมถึงอิทธิพลของ "คนโปรดผู้ชั่วร้าย" ที่นำพาบัลลังก์อังกฤษไปสู่ความพินาศ [cite: 15, 21]
ชีวิตสมรสที่ถูกละเลยและอื้อฉาว
[cite_start]รากเหง้าของการก่อจลาจลครั้งนี้เริ่มขึ้นในปี 1308 เมื่อเจ้าหญิงอิซาเบลลาวัย 12 พรรษา ถูกจัดให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 [cite: 32, 33] [cite_start]แม้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะมีรูปร่างกำยำประหนึ่งนักรบในตำนาน แต่เขากลับขาดคุณลักษณะที่เหมาะสมสำหรับการเป็นกษัตริย์ในยุคกลาง [cite: 34, 36] ตั้งแต่คืนราชาภิเษก กษัตริย์ทรงลุ่มหลงในตัวคนสนิทนามว่า เพียร์ส เกฟสตัน จนละเลยมเหสีวัยเยาว์ของพระองค์
ความลำเอียงของเอ็ดเวิร์ดรุนแรงถึงขั้นมอบเครื่องประดับส่วนพระองค์ของอิซาเบลลาให้แก่เกฟสตัน ก่อให้เกิดเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้ราชินีและเหล่าขุนนางอังกฤษตีตัวออกห่าง แม้ว่าเกฟสตันจะถูกกลุ่มบารอนที่ก่อกบฏประหารชีวิตในปี 1312 แต่รูปแบบการปกครองของเอ็ดเวิร์ดก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เมื่อถึงปลายทศวรรษที่ 1310 บุคคลใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมก็ได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือกษัตริย์ นั่นคือ ฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ ผู้ลูก (Hugh Despenser the Younger)
การผงาดของตระกูลเดสเปนเซอร์
อิทธิพลของตระกูลเดสเปนเซอร์นั้นเลวร้ายยิ่งกว่ายุคของเกฟสตันเสียอีก ฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ และบิดาของเขาใช้อำนาจจากการเป็นคนโปรดของกษัตริย์เข้าทำลายอำนาจของเหล่าลอร์ดแห่งมาร์เชอร์อย่างเป็นระบบ และยึดครองที่ดินของหลวง รวมถึงทรัพย์สินที่เป็นของราชินีอิซาเบลลาด้วย
การต่อต้านตระกูลเดสเปนเซอร์ถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง หลังจากความพยายามลุกฮือที่ไม่สำเร็จในปี 1322 นำโดยเอิร์ลแห่งแลงคาสเตอร์และโรเจอร์ มอร์ติเมอร์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ก็ได้สั่งประหารชีวิตผู้คนจำนวนมาก แลงคาสเตอร์ถูกตัดศีรษะ ส่วนมอร์ติเมอร์ถูกคุมขังในหอคอยแห่งลอนดอน สำหรับอิซาเบลลา การทรยศครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเอ็ดเวิร์ดและเดสเปนเซอร์ทอดทิ้งพระนางไว้ที่ไทน์เมาธ์ (Tynemouth) ระหว่างการบุกรุกของชาวสกอต ปล่อยให้พระนางเผชิญหน้ากับศัตรูตามลำพังขณะที่พวกเขาสองคนหนีเอาตัวรอด
แผนสมคบคิด ณ กรุงปารีส
ในปี 1323 โรเจอร์ มอร์ติเมอร์ ทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ เขาหลบหนีออกจากหอคอยแห่งลอนดอนและลี้ภัยไปยังราชสำนักฝรั่งเศส สองปีต่อมา อิซาเบลลาได้ตามไปสมทบกับเขาที่ปารีสโดยอ้างว่าไปปฏิบัติภารกิจทางการทูต ณ ที่นั่น ราชินีผู้ถูกทอดทิ้งและขุนนางผู้แค้นเคืองได้สร้างพันธมิตรที่อันตราย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้รักอย่างเปิดเผย
[cite_start]ทั้งคู่ได้รวบรวมกองกำลังชาวอังกฤษที่ถูกเนรเทศและทหารรับจ้างชาวต่างชาติ อิซาเบลลาปฏิเสธที่จะเสด็จกลับอังกฤษ โดยประกาศว่าพระนางจะไม่ร่วมประทับกับตระกูลเดสเปนเซอร์ เมื่อถึงปลายปี 1326 พระนางก็พร้อมที่จะกลับมา ไม่ใช่ในฐานะภรรยา แต่ในฐานะผู้ปลดปล่อยที่จะนำเพลิงสงครามมาสู่ชายฝั่งของสามีตนเอง [cite: 20]
การล่มสลายของรัชสมัย
การรุกรานเป็นไปอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่กองกำลังของอิซาเบลลาเดินทัพมุ่งหน้าสู่ลอนดอน กษัตริย์และฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ได้พากันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว เพียงเพื่อจะพบว่าตนเองถูกตามล่าไปจนถึงเขตชายแดนเวลส์
เหล่า "คนโปรดผู้ชั่วร้าย" พบกับจุดจบที่สยดสยอง:
- ฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ ผู้พ่อ ถูกจับได้ที่บริสตอล และถูกสับเป็นชิ้นๆ ก่อนนำไปให้สุนัขกิน
- ฮิวจ์ เดสเปนเซอร์ ผู้ลูก ถูกลากตัวไปยังเฮเรฟอร์ดและต้องโทษประหารในฐานะกบฏ โดยการแขวนคอ ควักไส้ และแยกส่วนร่าง (hanged, drawn, and quartered)
ในเดือนมกราคม 1327 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ถูกบังคับให้สละราชสมบัติให้แก่เอ็ดเวิร์ดที่ 3 พระโอรสวัย 14 พรรษา อย่างไรก็ตาม สำหรับอดีตกษัตริย์ การสละราชสมบัติเป็นเพียงบทนำไปสู่ความตายที่ปริศนา
ปริศนาแห่งปราสาทเบิร์กลีย์
ขณะที่ถูกกักบริเวณในปราสาทเบิร์กลีย์เมื่อเดือนกันยายน 1327 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ก็สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน แม้รายงานอย่างเป็นทางการจะระบุว่าสิ้นพระชนม์ด้วยเหตุธรรมชาติหรือ "หัวใจสลาย" แต่ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นดูจะประจวบเหมาะเกินไปสำหรับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ใหม่อย่างอิซาเบลลาและมอร์ติเมอร์ ข่าวลือเรื่องการลอบสังหารอย่างโหดเหี้ยมเริ่มแพร่สะพัดในทันที ซึ่งกลายเป็นเงามืดที่หลอกหลอนชื่อเสียงของอิซาเบลลามานานหลายศตวรรษ
ความล่มสลายของผู้สำเร็จราชการ
การ "ปลดปล่อย" กลายเป็นระบอบเผด็จการใหม่อย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้สำเร็จราชการ อิซาเบลลาและมอร์ติเมอร์เริ่มทุจริต ร่ำรวยจากการยักยอกคลังหลวง และสั่งประหารชีวิตผู้ที่ตั้งคำถามต่ออำนาจของตน ความโอหังของมอร์ติเมอร์มาถึงจุดแตกหัก เมื่อเขาเริ่มวางท่าเหนือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ราวกับว่าตนเองคือกษัตริย์เสียเอง
ในเดือนตุลาคม 1330 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ในวัย 17 พรรษา ได้ทำการรัฐประหารด้วยพระองค์เอง เหล่าทหารของกษัตริย์บุกเข้าสู่ปราสาทนอตทิงแฮมผ่านทางลับและจับกุมมอร์ติเมอร์ แม้อิซาเบลลาจะวิงวอนขอชีวิตเพียงใด แต่มอร์ติเมอร์ก็ถูกแขวนคอที่ไทเบิร์นในฐานะกบฏ
[cite_start]ส่วนอิซาเบลลาถูกบังคับให้เกษียณตัวอย่างเงียบๆ ปิดฉากบทอันมืดมนของประวัติศาสตร์อังกฤษที่นิยามโดยราชินีผู้เลือกที่จะเผาอาณาจักรทิ้ง ดีกว่าที่จะทนเป็นเหยื่อของราชสำนักต่อไป [cite: 36]